เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากไทยมาญี่ปุ่นกว่า 6 ชั่วโมง นั่งเรือเฟอรี่จากIbaraki มาลงที่ท่าเรือใน Hokkaidoกว่า 8 ชม. นั่งรถบัสต่ออีก 2 ชม. และ ต่อรถไฟอีกเกือบ 4 ชม. เพื่อมาอาศัยในกระท่อมน้อยๆ ของเจ้าของบ้านหลังหนึ่งในเมือง Rankoshi ใครรู้ก็ต้องหาว่าบ้าแน่ๆ!!!

 

แต่พวกเราก็มาถึงแล้ว ในฐานะชาว wwoofer (ใครงงๆตรงนี้ว่าคืออะไร กลับไปอ่านบล็อคอันเก่าๆได้) ที่มีใจรักการเดินทางและผจญภัย และในครั้งนี้ก็เป็นหนที่สองแล้วกับการเยือนญี่ปุ่นและครั้งที่สองด้วยกับการwwoof

มาคราวนี้ก็ตั้งใจไว้ว่าจะมาที่ฮอกไกโดก่อนเป็นอันดับแรก เพราะว่าถ้าไปเขตอื่นก่อนและมาปิดท้ายที่นี่ ก็เกรงว่าจะต้องเผชิญหน้ากับความหนาวเหน็บที่ฮอกไกโดแน่ๆ และสองสาวคนไทยร่างบอบบางอย่างเราๆ อาจจะแข็งตายซะก่อน สำหรับที่ฮอกไกโดพวกเราเลือกบ้านหลังแรกที่จะมาปักหลักวูฟกันนั้น คือที่เมือง Rankoshi เมืองเล็กๆ อยู่ไม่ไกลจากทะเลมากนัก เวลานั่งรถไฟเข้ามาในเมืองก็จะได้เห็นวิวสวยๆของทะเลด้วย เลิศมากกกก

เดินทางมาถึงที่นี่ราวๆ ทุ่มครึ่ง อากาศหนาวทะลุเสื้อกันหนาวจนถึงกระดูก ลมพัดก็แรงได้ใจเหลือเกิน ระหว่างเดินออกจากสถานีมาแป๊บเดียวก็มีสาวร่างเล็ก ยิ้มทักทายพวกเราอยู่ด้านหน้า เธอชื่อ Ayako ซึ่งเป็นภรรยาของคุณ Wataru ที่เป็นเจ้าของบ้าน และตอบรับการมาเยือนของพวกเรา

เธอขับพาพวกเรามาราวๆ 20 นาที จนมาถึงบ้านหลังสวยกลางหุบเขาในค่ำคืนที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดาว...เข้ามาในตัวบ้านปุ๊บก็สามารถสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ช่างแตกต่างจากลมหนาวเย็นนอกตัวบ้านอย่างลิบลับ แถมยังได้กลิ่นหอมๆ ของมื้อเย็นที่เตรียมต้อนรับ wwoofer อย่างพวกเราซะด้วย

"Itadakimus ... กินข้าวนะคะ" อาหารมื้อนี้อร่อยเลิศรสเกินคำบรรยาย ถึงจะไม่เชิงเป็นอาหารญี่ปุ่น 100 % ก็ตาม แถมเจ้าของบ้านยังเปิดไวน์ขวดใหม่เสียด้วยสิ (อะไรจะขนาดนั้น) สมาชิกบ้านนี้อยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 ชีวิต ประกอบไปด้วย วาตารุซัง เจ้าของบ้าน , อายาโกะ คุณภรรยาที่ทำงานเป็นคุณครูสอนโรงเรียนประถม , คุณแม่ของวาตารุที่แข็งแรงเกินวัย 75 , หนูโคมูหงิ ลูกสาวทอมบอยที่เห็นครั้งแรกคิดว่าเด็กผู้ชาย แต่เล่นเปียโนเพราะมาก และ สุดท้ายเจ้าเชอร์รี่ น้องหมาสีขาว ฉลาด น่ารัก และนิสัยดี

หลังจากทานอาหารและอาบน้ำเป็นที่เรียบร้อย วาตารุถามว่าอยากจะนอนพักที่ไหนระหว่างบ้านเค้าหรือว่ากระท่อมในป่า เราสองพี่น้องตั้งใจอยู่แล้วว่าอยากอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติและอยากรู้ด้วยว่า กระท่อมที่เค้าเตรียมไว้ให้จะเป็นอย่างไร

แล้ววาตารุก็พาพวกเราเดินออกจากบ้านโดยให้ไฟฉายพวกเราคนละอัน โดยที่พวกเราต้องแบกแบ็คแพ็คของเราไปด้วย เค้าบอกว่าเดินจากตัวบ้านไปเพียง 8 นาทีเท่านั้น แรกๆ พวกเราก็คิดว่า ชิลๆ แต่....ที่ไหนได้ มีขึ่นลงเขาด้วยสิ แถมยังมืดมากกก หนาววอีก ทางขึ้นก็สูงชัน นี่เราจะตายยมั้ย ?

พอมาถึงก็เห็นกระท่อมลางกลางความมืด แล้ววาตารุก็พาพวกเราเข้ามาในตัวกระท่อม ที่เย็นไม่แพ้ข้างนอก และเค้าก็สอนพวกเราว่าจะเปิดไฟอย่างไรและใช้น้ำตรงไหน เพราะ...ที่นี่ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟนั่นเอง ดังนั้น เราจะต้องเรียนรู้การจุดตะเกียงและทุกๆวันจะต้องแบกกระติกน้ำขึ้นมาสองถังทุกวัน OMG!!

แล้ววาตารุก็จากเราไป ดูท่าทางเค้ามีความสุขชะมัด แต่พวกเรารู้สึกเหมือนโดนทิ้งให้มาอยู่ในกลางป่า แรกๆ รู้สึกแปลกๆ ทั้งมืด ทั้งหนาว ยังไม่คุ้นกับสถานที่ใหม่ หลังจากนั้น ก็เริ่มสำรวจกระท่อมน้อยๆหลังนี้กัน วาตารุแนะนำโซนห้องครัวด้วยว่าพวกเราสามารถทำอาหารเช้ากินกันได้ เพราะเค้าเตรียมเสบียงและวัตถุดิบในการประกอบอาหารไว้เรียบร้อย เปิดกระติกใบใหญ่ออกมา ก็เจอขนมปัง แยม ไข่ เบค่อน เนย ฯลฯ อืม...วาตารุแกเตรียมไว้พร้อมดีจัง และยังมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและ กาแฟ ชา ไว้ดื่มกันด้วย เยี่ยมม

สำหรับห้องน้ำ วาตารุสร้างห้องน้ำแยกออกไปจากตัวกระท่อม ซึ่งเป็นส้วมหลุม เวลาเราทำธุระของเราเสร็จแล้วให้ตักดินที่เค้าเตรียมไว้กลบลงไป ส่วนทิชชู่ก็ให้แยกออกมาใส่อีกถึงนึงเพื่อทำการเผาในทีหลัง ถึงจะดูลำบากและฟังดูไม่ถูกสุขหลักอนามัย แต่ก็รู้สึกว่าไม่น่ารังเกียจเลย เพราะห้องน้ำที่นี่ก็เป็นแบบนั่ง ดูสะอาดสะอ้าน ไม่มีกลิ่นเหม็นเลยยยยยยยย คือ ดูดีจิงๆ

ก่อนนอนพวกเรานำนมจากกระติกมาอุ่นกินกัน กับช็อคโกแลตแท่งที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อ เฮ้อ รู้สึกดีขึ้นเลยแฮะ นั่งจิบนมอุ่นๆ ท่ามกลางแสงตะเกียงภายใต้กระท่อมหลังน้อยกลางป่าใหญ่ ถึงลำบากแต่ความสุขภายในใจกลับล้นปรี่ ในที่สุดเราก็มาถึงจนได้ พรุ่งนี้จะเป็นยังไงนะ ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่า เหนื่อย และง่วงมากกจนลืมความหนาวไปได้สนิท 

 

*** ขออภัยด้วยนะคะ ที่ไม่ได้กลับมาเขียนที่บล็อคนี้เลย นานมากกกกกก จนกลับจากวูฟมาได้สามเดือนละ แหะๆ ต่อจากนี้จะพยายามเขียนเรื่องราวที่ได้ไปวูฟมาเรื่อยๆนะคะ ส่วนคนที่สนใจและทิ้งอีเมล์ไว้ เดี๋ยวถ้ามีเวลาจะเข้าไปคุยหรือแอดไว้ใน MSN แล้วกัน ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ ^^ ***

edit @ 25 Mar 2010 20:49:30 by happydancing

Comment

Comment:

Tweet

ถ้าจะไปคนเดียวก็ไปได้นะคะ เคยรู้จักพี่คนนึง เป็นสาววัยกลางคนแล้วเนี่ยล่ะค่ะ ยังเดินทางไปคนเดียวเลย แถมยังไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นด้วย เก่งมากๆ เลยค่ะ

ปล.อ่อ พี่แกติดใจไปสองรอบแล้วด้วยล่ะ

#10 By happydancing on 2011-04-14 16:13

จะไปกลางปีนี้เหมือนกัน ผู้หญิงคนเดียวโอเคมั๊ยค่ะ

#9 By Salamy on 2011-01-30 09:40

natta511@me.com

จะไปปีหน้า แล้วพอดีได้ลิงค์บล็อกมาจาก
คุณอายูมิ ร้านดินดี(เชียงใหม่) ค่ะ

นัด

#8 By .. on 2011-01-27 16:53

สนใจค่ะ ampe_27@hotmail.com

#7 By แอม (58.64.75.224) on 2010-11-24 22:22

สนใจมากๆเลยค่ะ
t_anonym@hotmail.com
^^

#6 By u (110.164.247.117) on 2010-09-08 16:20

สนใจค่ะ มีแพลนจะไปเหมือนกัน ตอนนี้กำลังดูๆอยู่ว่าจะไปที่ไหนดี sinec_p@hotmail.com นะคะ

#5 By sine (110.164.140.120) on 2010-08-30 05:55

สนใจอยากทำมากค่ะ ถ้าพี่ว่างแอดมาเลยนะคะ
shiba@ฮอทเมล.ch
ขอบคุณค่ะ big smile

#4 By aisawan on 2010-08-25 07:10

ค่ะๆๆ จะรออ่านและรอแอดมานะค่ะ
บีบี

#3 By babalah on 2010-04-30 11:13

ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ ช่วงนี้ไม่ว่างเขียนเลยค่ะ ต้องขออภัยด้วยจริงๆค่ะ
ไว้มีโอกาสจะแอดไปนะคะ

#2 By happydancing on 2010-04-28 22:49

kingcong5@hotmail.com
แอดมานะค่ะ อยากปรึกษาด้วยค่ะ พอดีว่ามีแพลนจะไป ปลายปีนี้ค่ะ

#1 By บีบี (58.11.86.120) on 2010-04-26 10:21